Home > News > Bit of knowledge > Technical preparation to cope with Admissions
Technical preparation to cope with Admissions

ผู้ดูแลเว็บ ศูนย์ให้การศึกษาสมุดสงคราม
2019-07-19 10:07:42

การเริ่มต้นคิดจะทำอะไรสักอย่างต้องมีการเตรียมตัวเสมอ การสอบก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะสอบที่ไหนเราก็ต้องเตรียมตัวอยู่ตลอดครับ แต่ระยะเวลาในการเตรียมตัวของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันแน่ๆ จึงเกิดคำถามที่ตามมาก็คือ “เตรียมตัวสอบแค่ไหนถึงจะเรียกว่าพร้อม” ซึ่งก่อนอื่นที่เราจะเรยนรู้เทคนิคที่จะตอบปัญหานี้ได้เราต้องมาทำความเข้าใจกับคำว่า พร้อมกันก่อนครับ

วิธีเตรียมตัวสอบ

เทคนิคเตรียมตัวสอบให้พร้อมรับมือ Admissions

คำว่าพร้อมนั้น สภาพที่น้องๆมีความมั่นใจอย่างเต็มที่ในเรื่องนั้นๆ แต่ปัญหาก็คือ เมื่อไหร่เราจะพร้อม เนื่องจากเวลาของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันดังนั้นพี่ก็จะมาบอกวิธีการเตรียมตัวเข้ามหาลัยโดยแบ่งตามระยะเวลากันครับ ซึ่งถ้าเป็นไปได้น้องๆที่ยังไม่ขึ้น ม.6 ก็ขอให้ตั้งใจอ่านให้ดีนะ

มีเวลาเตรียมตัวสอบ 1-2 ปี

ถ้าน้องเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ ม.4 ก็อยู่ในช่วงนี้ครับ ถือว่าเป็นช่วงการเตรียมตัวที่ดีมาก เพราะระยะเวลาเรียกได้ว่าเหลือเฟือเลยทีเดียว สิ่งแรกที่น้องต้องทำคือ เลือกเส้นทางให้ตัวเองก่อนว่าจะเลือกเดินไปในสายทางอาชีพอะไร หลังจากที่น้องเลือกแล้วน้องก็ต้องไปศึกษาต่อว่าสายที่เราเลือกไปนั้นเราชอบจริงหรือไม่ ซึ่งด้วยเวลาในการเตรียมตัวที่มากจะทำให้น้องสามารถพิจารณาหลายๆสาขาได้เลยครับ

แล้วหลังจากที่ได้สาขาที่ใช่แล้วก็ให้น้องมองหาเส้นทางต่างๆว่า การที่เราจะเข้าไปเรียนที่คณะนี้เราต้องสอบตรงไหนบ้าง มีวิชาอะไร วิชาไหนสำคัญ วิชาไหนยาก แล้วก็ไปถึงขั้นตอนสุดท้ายก็คือการอ่านหนังสือกักตุนไปเรื่อยๆวันละ 1-2 ชั่วโมงหลังเลิกเรียนก็ได้ครับเพราะเวลาเราเยอะไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ

มีเวลาเตรียมตัวสอบ 7-11 เดือน

สำหรับคนที่มีเวลาเตรียมตัวอยู่ในช่วงนี้แสดงว่าน้องเพิ่งขึ้น ม.6 ใช่ไหมครับ สิ่งแรกที่พี่แนะนำเลยก็คือถ้าน้องยังไม่รู้จะเข้าคณะอะไรให้หาคณะที่ตัวเองชอบก่อน โดยอาจจะดูได้จากวิชาที่ถนัด รู้สึกมีความสุขในการเรียนก็ได้ครับ ซึ่งหลายคนอาจจะบอกว่าคิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าจะเรียนอะไร คำแนะนำที่พี่จะมอบให้ก็คือ ถึงน้องจะคิดไม่ออกน้องก็ต้องรู้ให้ได้ครับว่าต้องการเรียนอะไรไม่งั้นมันจะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังจนเมื่อถึงเวลาใกล้จบ ม.6 น้องจะเครียดและปวดหัวกับเรื่องนี้มากกว่าการที่คิดไม่ออกว่าจะเรียนอะไรในตอนนี้อีกครับ ดังนั้นเราก็ต้องคิดให้ออกว่าอยากเรียนอะไร และหลังจากรู้แล้วก็วางแผนอ่านหนังสือ วางแผนสอบได้เลยครับเวลายังเหลือเฟือ

มีเวลาเตรียมตัวสอบ 5-6 เดือน

ถ้าหากน้องเพิ่งมาตระหนักถึงเรื่องเข้ามหาวิทยาลัยในช่วง 5-6 เดือนสุดท้ายก่อนชีวิตมัธยมจะจบก็ถือว่ายังพอมีเวลาให้ปรับเปลี่ยนอยู่ครับ โดยก็ใช้หลักเดียวกันกับข้ออื่นคือต้องหาให้ได้ก่อนว่าเราต้องการจะเรียนอะไร แต่ปัญหาจะมาอยู่ที่การสอบตรงบางที่ที่เราอยากจะเข้ามักจะผ่านไปแล้วซึ่งทำให้เราเสียเปรียบคนอื่นอย่างมาก จึงทำให้การเริ่มเตรียมตัวด้วยเวลาที่เหลือเพียง 5-6 เดือนนั้นจึงต้องไปหวังแอดกลางเป็นหลักครับ โดยน้องต้องอ่านหนังสือวันละ 2-3 ชั่วโมงเลยในการท่องศัพท์ ฝึกทำแบบฝึกหัดและข้อสอบเก่าครับ แต่ก็ยังโชคดีอยู่ที่ยังพอทันเวลา

มีเวลาเตรียมตัวสอบ 2-3 เดือน

นี่คือช่วงโคม่าที่สุดแล้วครับ หลายคนอาจสงสัยว่าจะมีใครที่ปล่อยให้เวลามาถึงขนาดนี้แล้วค่อยมาเตรียมตัวด้วยเหรอ พี่ตอบได้เลยครับว่ามีแน่นอน แม้กระทั่งพวกที่การสอบจบไปแล้วยังไม่เริ่มเตรียมตัวก็มีครับ ซึ่งการเริ่มเตรียมตัว 2-3เดือนก่อนหมดชีวิต ม.6 ก็ยังถือว่าดีกว่าที่จะไม่สนใจจริงไหมครับ ถ้าหากใครอยู่ในช่วงนี้พี่ก็ขอแนะนำให้อ่านหนังสือแบบสุดๆไปเลยครับก อย่าคิดเด็ดขาดว่าหมดหวังแล้ว เพราะความคิดติดลบนี่แหละที่จะทำให้น้องสอบไม่ติดไม่ใช่ระยะเวลาหรอกครับ ส่วนคำเตือนที่จะบอกอีกข้อก็คือ น้องจะต้องอ่านหนังสือหนักมากๆดังนั้นสิ่งที่ยากที่สุดก็คือการบังคับให้ตัวเองอ่านหนังสือนี่แหละ ดังนั้นก็อย่าขี้เกียจลองฝืนตัวเองสักครั้งนะครับ

สุดท้ายพี่ก็เชื่อว่าถึงเวลาจะเหลือน้อยเท่าไหร่ ก็ยังมีแสงเล็กๆอยู่ที่ปลายทางให้เรามองเห็นอยู่เสมอครับ อยู่ที่ว่าน้องจะเลือกเดินต่อหรือว่าจะหยุดเดินเพราะความท้อแท้เพียงชั่วครู่ คำตอบนี้น้องต้องเลือกกันเองนะครับ วันนี้พี่ก็ขอลาไปก่อน ขอให้น้องทุกคนเลิกท้อแท้และหมดหวังนะคร้าบบ



ที่มา tewfree